Featured

Alliance

 

 

 

 

 


พระบรมราโชวาท

หน้าที่

หน้าที่


          ทั้งนี้เพราะการกระทำใด ๆ เพื่อเพิ่มพูนในด้านประมาณแล้ว ย่อมต้องคำนึงถึงคุณภาพไว้อยู่เสมอ ข้าพเจ้าได้เคยพูดถึงความสำคัญของประเพณี เรื่องภาษา เรื่องความเป็นคน วันนี้ ใคร่ที่จะพูดถึงเรื่องหน้าที่ เพราะหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญมากในการปฏิบัติการงานคำว่าหน้าที่ หมายถึง กิจที่ต้องทำ ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพสมบูรณ์ และเมื่อมีสิทธิแล้วย่อมมีหน้าที่รัฐธรรมนูญการปกครองของประเทศต่าง ๆ จึงได้บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ของประชาชน พลเมืองไว้ให้เป็นหลักปฏิบัติ สิทธิและหน้าที่เป็นสิ่งควบคู่กันไป

( พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๓ สิงหาคม ๒๕๐๔ )

 


          บัดนี้ ทุกคนพร้อมที่จะเข้ารับหน้าที่ ตามความรู้ความสามารถแล้วขอให้เริ่มงานของท่านด้วยความมั่นใจและด้วยความหวัง ในชั้นต้นนี้ งานในหน้าที่คงจะมีความสำคัญและความรับผิดชอบยังไม่มากนักแต่ต่อๆ ไปก็จะต้องมีมากขึ้นเป็นอันดับ และจะต้องได้ทำงานเป็นบุคคลชั้นนำของประเทศในที่สุด สิ่งสำคัญสุด ที่ท่านต้องมีอยู่เสมอไปในการทำงาน คือ ความกระตือรือร้น ความบริสุทธิ์ และอุดมคติซึ่งมีอยู่พร้อมมูลในตัวงานแล้วในขณะนี้

( พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๐ )

 


          ในชีวิตการงานนั้น ทุกคนมีภาระอันหนักที่จะต้องกระทำมากมาย ประการแรก คือหน้าในงานอาชีพ ซึ่งควรจะต้องปฏิบัติให้สำเร็จลุลวงไปด้วยดี ทุก ๆ อย่าง ประการต่อไป ได้แก่หน้าที่ที่จะทำประโยชน์ให้แก่สังคม ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม และเป็นผู้ที่ได้รับความเกื้อกูลต่อสังคม และเป็นผู้ที่ได้รับความเกื้อกูลจากสังคม โดยทางตรงและทางอ้อมอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังมีหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติรับใช้ชาติบ้านเมืองในฐานะที่เป็นพลเมืองไทยอีกประการหนึ่งด้วย

( พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๒ )

 


          บัณฑิตควรจะมีความพอใจและภูมิใจ ที่มีความรู้ความชำนาญทางวิชาการเป็นพื้นฐานที่มั่นคงของการงาน ในทางปฏิบัติ ทุกคนควรถือ เป็นหน้าที่จำเป็น ที่จะต้องพยายามหยิบยกเอาความรู้มาพิจารณาใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมแก่งาน แก่เวลา และแก่สภาพการทั่วไป ทั้งให้สัมพันธ์กับงานด้านอื่น ๆ โดยสมดุลและโดยสอดคล้อง เพื่อให้การปฏิบัติอำนวยผลสมบูรณ์แท้จริง

( พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๑๗ )

 


          นึกว่าที่ให้เป็น “ ตายเลนด์ ” นั้นเป็นการข่มขวัญ แต่ถ้าเราทุกคนทำหน้าที่ดีๆ และพยายามที่จะสมานสามัคคีกันให้ดี ช่วยกันเราก็ไม่ตายแล้วข้อพิสูจน์ก็คือทุกคนที่ยืนอยู่ในที่นี้ก็ยังไม่ตายก็ไม่ใช้ตายเลนด์ถ้าแต่ละคนทำหน้าที่ทั้งในหน้าที่ที่มีทั้งหน้าที่ที่ได้ตั้งไว้กับตัวหรืออาชีพทังหน้าที่ที่มีในทางที่เป็นคนไทยเป็นมนุษย์ ที่จะต้องมีความเอื้อเฟื้อ ซึ่งกันและกัน ถ้าความคิดที่เที่ยงตรง ที่มีเหตุผล-ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเห็นด้วย เห็นพ้องกันเสมอ ไม่หมายความว่าถ้าใครพูดอะไรไปจะต้องถือว่าใช้แล้วยกมือแบบในสภา-มีความคิดความเห็นต่างกันได้แต่ถ้าพูดกันด้วยเหตุผลแล้วไม่ใช้มิจฉาทิฐิคือไม่ถือเอาเหตุผลลับๆล่อๆมาใช้เชื่อว่าเราอยู่ด้วยกันได้อย่างดี

( พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา๔ ธันวาคม ๒๕๑๗ )

 


          การทำหน้าที่ให้สอดคล้องกับผู้ที่มีหน้าที่อย่างอื่นๆ นั้น บัณฑิตหรือนักวิชาการจำเป็นจะต้องไม่ประมาท ความรู้ความสามารถของคนอื่นทั้งนักวิชาการด้วยกัน ทั้งผู้ที่มีความชำนาญทางการปฏิบัติทั้งหมดจะต้องใช้ความรู้ความชัดเจนของตนๆร่วมงานกันด้วยความคิดความเห็นที่ถูกต้องตามเหตุผล สุจริต เที่ยงตรง เป็นอิสระจากคติกลอุบายและความเห็นแก่ตัวให้ภารกิจทั้งมวลบรรลุผลสำเร็จได้โดยครบถ้วน

( พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาเชียงใหม่ ๙ มกราคม ๒๕๑๘ )

 


          ผู้มีปัญญาทุกระดับจึงต้องถือเป็นภาระและหน้าที่ที่จะต้องรู้จักรับรู้จักใช้ความรู้อย่างถูกต้อง เพื่อสามารถพิจารณาการกระทำให้เหมาะสมแก่ทุกกรณี

( พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาสงขลานครินทร์ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๑๘ )

 


          ทำหน้าที่ในทางที่ดีก็คือ ทำในทางที่ให้ชาติบ้านเมืองมีความมั่นคงมีความเจริญและมีความผาสุกสงบอันยั่งยืน ซึ่งจะต้องทำด้วยสัจจะ คือความจริงใจ

( พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม ๒๕มิถุนายน ๒๕๑๙ )

 


          ข้อต่อไป หน้าที่ของแต่ละคนแต่ละคนก็มีและความสามารถแตกต่างกันจะต้องอาศัยผู้อื่นในสิ่งที่เราไม่แตกฉาน เราไม่ชำนาญฉะนั้นแต่ละคนย่อมต้องอาศัยคนอื่นถ้าแต่ละคนอาศัยคนอื่นได้ก็เป็นบุญของแต่ละคน เพราะอาศัยกันได้ ก็คือต้องเมตตาซึ่งกันและกันถ้าเมตตาซึ่งกันและกันแล้ว สิ่งที่เราต้องการก็ได้มาแล้ว คือความเอ็นดูของผู้อื่น เราเมตตาเขา เขาก็เมตตาเรา

( พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ )

 


          พวกเราก็เหมือนกัน แต่ละคนมีหน้าที่อาจจะมีส่วนในการทำให้ถ่วงความก้าวหน้ากายใหญ่ คือประเทศชาติ บางคนทำงานในทางสร้างสรรค์ ก็สร้างสรรค์ได้มาก คนเดียวสร้างสรรค์ได้มาก แต่คนเดียวถ้าทำในทางทำลาย คนเดียวนั้นก็อาจทำลายได้เหมือนกัน แต่ว่าโดยที่ชาติประกอบด้วย บุคคลจำนวนมากก็อาจจะมองไม่ค่อยเห็น แต่ต้องขอรับรองว่าแต่ละคน แต่ละคนที่ทำดี คือทำอะไรที่เรียกว่าดี ที่สร้างสรรค์ เว้นจากสิ่งที่ไม่ดี ที่ทุจริต ที่ทำลายนั้น ช่วยส่วนร่วมได้อย่างมากแม้อาจจะไม่เห็นก็ได้

( พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๒๑ )

 


          ฉะนั้นก็เชื่อว่า ถ้าช่วยกันทำตามหน้าที่ที่แต่ละคนมี ก็สามารถทำให้ประเทศชาติอยู่เย็นเป็นสุขได้ วันนี้ได้พูดเรื่องราวที่อาจจะหน้าคิด และท่านเองเป็นคนที่มีความรู้ ก็จะต้องมีความรู้ ความฉลาดเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่จะมีมาและในการนี้ขอทุกคนทุกท่านซึ่งมีหน้าที่แต่ละท่านพยายามที่จะใช้สติปัญญาและกำลังใจได้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมทั้งนี้ประเทศชาติจะก้าวหน้าและมีความปลอดภัยต่อไป

( พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ )