Featured

Alliance

 

 

 

 

 


“ตาม” ปิยะ เทียมฉิม

“ผมอยากเห็นการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของสังคมให้ดีขึ้นครับ”
“ตาม” ปิยะ เทียมฉิม


          ปิยะ เทียมฉิม หรือ “ตาม” หนุ่มร่างเล็กเฟสชี่จากรั้ว ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารบุคคล (การจัดการทรัพยากรมนุษย์) ดีกรีนักเรียนทุนเรียนดีจากโรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย ตามเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเข้าร่วมค่ายจิตอาสากับกลุ่มต่างๆ มาตั้งแต่มัธยมปลาย จนเข้าปี 1 เขาก็ยังคงร่วมอยู่ ตามวันเวลาและโอกาส
          ตามเริ่มเข้าร่วมทำกิจกรรมอาสากับมูลนิธิครอบครัวพอเพียงในสมัยเรียนอยู่ ม.ปลาย อาทิ การปลูกป่าชายเลน เป็นสาเหตุให้เขาเริ่มสนใจร่วมกิจกรรมอาสากับกลุ่มต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เขาประทับใจกับมิตรภาพใหม่ๆ ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ
          “คำว่าจิตอาสาของผม คือการทำสิ่งๆ หนึ่งเพื่อคนอื่น ทำเพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน ทุกคนมีความร่วมมือร่วมใจ รู้จักเสียสละเวลาส่วนตนเพื่อมาทำประโยชน์ให้กับสังคม”
          ตามมองว่าประเทศเราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเป็นจิตอาสามากขึ้น ยังมีเด็กพิการ เด็กที่ป่วยอีกมากมายซึ่งต้องการคนอาสาเข้าไปให้กำลังใจ ไปสร้างความสุขให้ผู้ที่ด้อยโอกาส และเป็นทุกข์มากกว่าเราหลายเท่า มันจึงเป็นส่วนเติมแต่ซึ่งกันและกัน เมื่อเข้าไปเห็นความลำบากของผู้ด้อยโอกาสแล้ว ความทุกข์ของเรากลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย
          “บางครั้งการทำงานก็ต้องมีอุปสรรคและความท้อแท้บ้างเป็นธรรมดาครับ บางคนบ้านอยู่ไกลมากก็ต้องเดินทางมาตั้งแต่เช้าเพื่อมาให้ทันเวลาที่กำหนด ในการทำงานกำลังใจถือเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าคนที่มาทำงานในด้านนี้แล้ว ไม่มีความอยากที่จะทำก็อาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและท้อแท้ได้ครับ”
          ตามเป็นผู้หนึ่งที่เปิดโอกาสให้ตัวเองเข้าไปสัมผัสการเป็นจิตอาสา แม้จะเป็นก้าวแรกๆ ที่ดูไม่ยิ่งใหญ่อะไรต่อคนส่วนใหญ่มากนัก แต่มันเป็นความภูมิใจที่ได้ทำเพื่อผู้อื่นบ้างโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ตามประสาวัยหนุ่ม ความสนุกสนานถือเป็นสิ่งจูงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาได้พบประสบการณ์ดีๆ
          “ยกตัวอย่างค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนวัดแหลมไม้ย้อยครับ ประทับใจตั้งแต่รอรวมพลขึ้นรถ จิตอาสาทุกคนต่างร่วมแรงช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย เป็นค่ายแรกที่ผมเห็นว่า ทุกคนวิ่งเข้าหางาน แย่งงานกันทำเพราะอุปกรณ์มีไม่เพียงพอ ในระหว่างการทำงานทุกคนก็เล่นหยอกล้อกันสนุกสนาน ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น พอตกช่วงเย็นก็พักผ่อนตามอัธยาศัย มีกิจกรรมต่อช่วงกลางคืนแต่ทุกคนก็ไม่มีท่าทีว่าจะไม่ร่วมกิจกรรม ทุกคนให้ความร่วมมือทำกิจกรรมอย่างสนุกสนาน แม้จะทำงานมากันทั้งวันแล้ว ทำให้ผมรู้ว่าคนในค่ายนี้อึดกันจริงๆ”
          จุดมุ่งหมายของการทำจิตอาสาต่างๆ ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป แต่สำหรับตามเขามองว่าการมาร่วมกันทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อสังคมโดยไม่หวังผลประโยชน์ เสมือนทุกคนเป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกัน สิ่งเหล่านี้หาไม่ได้จากความเป็นอยู่ในสังคมปัจจุบัน เขาจึงอยากเห็นคนในสังคมส่วนใหญ่หันมารวมกลุ่มเป็นครอบครัวเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันเหมือนในค่ายอาสา ซึ่งเปรียบได้กับโลกตัวอย่างแห่งสังคมที่อบอุ่น ซึ่งทุกคนฝันถึง
          “สิ่งหนึ่งที่จะทำให้สังคมพัฒนาต่อไปได้ก็คือ การร่วมแรงร่วมใจ การเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อมาทำให้ประโยชน์ส่วนรวม ผมอยากเห็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมให้ดีขึ้นครับ” ตามกล่าวทิ้งท้าย

เรื่อง : กรวิก อุนะพำนัก