Featured

Alliance

 

 

 

 

 


ไพลิน หลิมศิริวงษ์

“อย่าอายหากเราเป็นคนเดียวที่คิดจะทำความดี ถึงเราจะเป็นแกะดำแต่เราก็เป็นแกะดำที่ทำความดี”
ก้านตอง : จิตอาสาคือความสุขที่ไม่อาจตีราคาได้


ย้อนดูตัวเอง สมัยเรียน ม.ปลายเราใช้เวลาว่างไปกับอะไรนะ ดูหนัง เล่นเกม เที่ยวเตร่ไปกับเพื่อนๆ เรียนพิเศษบ้าง เล่นบ้าง เอิ่ม...ไม่มีอะไรเป็นประโยชน์ต่อบ้านใกล้เรือนเคียงเลย ไม่ต้องพูดถึงสังคมภายนอก กลับกัน พอมองเด็กสมัยนี้ก็ให้อิจฉา ม.5 – ม.6 เขาออกไปใช้เวลาว่างเข้าร่วมค่ายจิตอาสาต่างๆ กันแล้ว โดยเฉพาะค่ายจิตอาสาของมูลนิธิครอบครัวพอเพียง ซึ่งเป็นที่รู้จักของเหล่าจิตอาสานักเรียน ม.ปลาย มีสมาชิกจากโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ เรียกว่าสมาชิกผู้เข้าร่วมจะได้รู้จักเพื่อนใหม่เกือบครบ 77 จังหวัดเลยทีเดียว
ไพลิน หลิมศิริวงษ์ หรือน้องก้านตองก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอใช้เวลาว่างเสาร์อาทิตย์ออกไปสอนหนังสือเด็กๆ ในชุมชนตึกแดงบางซื่อ เป็นชุมชนแออัดขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆของกรุงเทพฯ การออกค่ายจิตอาสาต่างๆทำให้เธอได้ประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ มีโอกาสทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน และสนุกสนานไปกับการเดินทางอีกด้วย
ปัจจุบันก้านตองเรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนสตรีนนทบุรี เจ้าของรางวัล “ต้นแบบคนดีศรีแผ่นดินประจำจังหวัดนนทบุรี” ที่เธอเอ่ยปากว่าภูมิใจสุดๆ ก้านตองเป็นจิตอาสาตัวยง เราลองไปทำความรู้จักกับเธอคนนี้กันเลย

รางวัล “ต้นแบบคนดีศรีแผ่นดินประจำจังหวัดนนทบุรี ปี พ.ศ.2556” เจ้าได้แต่ใดมา ?
รางวัลต้นแบบคนดีศรีแผ่นดินฯได้จากการสนับสนุนของทางโรงเรียนสตรีนนทบุรี เมื่อทางโรงเรียนทราบว่าหนูทำกิจกรรมจิตอาสามากมาย รวมถึงช่วยงานกิจกรรมโรงเรียนมาโดยตลอด จึงเล็งเห็นและคัดเลือกเป็นตัวแทนโรงเรียนให้ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือก และได้รับรางวัลในที่สุดค่ะ
คิดจะเรียนต่อด้านไหน ?
คณะที่หนูอยากเรียนคือ บัญชีค่ะ หนูเป็นคนชอบวิชาคณิตศาสตร์ค่ะ เพราะทำให้เราได้เรียนรู้กระบวนการคิดวิเคราะห์ และอีกประการก็คือ หนูคิดว่าการที่เราได้เรียนในสิ่งที่เราชอบ จะทำให้เราได้พบกับงานที่ใช่ แล้วเราก็จะรักงานนั้นค่ะ
ทำไมถึงเข้าร่วมจิตอาสากับมูลนิธิครอบครัวพอเพียง ?
ตอนที่พวกพี่ๆจากทางมูลนิธิครอบครัวพอเพียงได้มาอบรมที่โรงเรียนสตรีนนทบุรีของหนู พี่เขาก็เปิดวีทีอาร์การทำกิจกรรมจิตอาสาของมูลนิธิฯ ทำให้เห็นประสบการณ์ต่างๆที่น่าประทับใจ ได้ทั้งมิตรภาพจากเพื่อนๆต่างโรงเรียน ทั้งความสนุกสนาน อีกทั้งยังได้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนกว่าอีกด้วย ทำให้หนูสนใจและสมัครเป็นแกนนำเยาวชนจิตอาสาตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบันเข้าปีที่ 3 แล้ว

ครอบครัวพอเพียงคืออะไรในความคิดของเรา ?
เป็นครอบครัวที่สามรถพึ่งพาตนเองได้ ไม่มีหนี้สิน อยู่กันด้วยความรักความอบอุ่น เข้าใจซึ่งกันและกัน พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เท่านี้ก็เป็นครอบครัวที่เข้มแข็งมั่นคง และก็เป็นครอบครัวพอเพียงแล้วค่ะ
จิตอาสาในความหมายของเราคืออะไร ?
คืองานที่เราต้องอุทิศแรงกาย แรงใจ ความรู้ ความสามารถและเวลา เพื่อหวังว่าจะบำบัดทุกข์ บำรุงสุขเพื่อผู้อื่น เริ่มจากการให้โดยที่ไม่ต้องร้องขอและผู้ให้ก็ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทนเช่นกัน แต่สิ่งที่ผู้ให้และผู้รับได้กลับมาคือ ความสุข เป็นความสุขที่ไม่อาจตีราคาได้ และความสุขนั้นจะยังสวยงามอยู่ในใจตลอดไป ไม่ว่าในอนาคตโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "หัวใจ" เมื่อหัวใจเราพร้อมที่จะให้ สังคมก็จะเต็มไปด้วยความสุขที่ยั่งยืน
เล่าเหตุการณ์ประทับใจเกี่ยวกับการเป็นจิตอาสา ?
จากจุดเริ่มต้นที่ได้สมัครเป็นแกนนำจิตอาสาครอบครัวพอเพียงและได้มาเข้าร่วมกิจกรรมสอนหนังสือเด็กในชุมชนแออัด ชุมชนตึกแดง บางซื่อ โดยมี กลุ่ม ซ.โซ่อาสา เป็นผู้ก่อตั้งสถานที่ใช้ในการสอนหนังสือเด็กๆในชุมชนแออัดนี้ขึ้นมา วันแรกที่ได้เข้าไปสอนหนังสือนั้นความรู้สึกแรกที่ก้าวเข้าสู่ชุมชนแออัด ในความคิดของหนูคือ นี่หรือชุมชนแออัด สภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ ทำให้หนูนึกถึงเด็กว่าจะเติบโตมาอย่างไร จะมีอุปนิสัยเป็นเช่นไร อย่างที่คาดไว้คือเด็กมีความก้าวร้าว พูดจาหยาบคายและซนมาก
และมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หนูรู้สึกตกใจสุดๆคือ หนูได้ถามชื่อเด็กคนหนึ่งในชุมชนแออัดว่า “ น้องคะ น้องชื่ออะไรคะ” คำตอบที่ได้กลับมาคือ “ไม่บอกหรอก ถึงบอกไปพี่ก็ไม่มาอีก” หนูจึงไปถามครูอาสาสมัครที่เข้ามาสอนเป็นประจำว่าทำไมน้องเขาจึงตอบแบบนี้ ครูตอบว่า “น้องเขาเคยรู้จักพี่อาสาสมัครที่แวะเวียนมาสอนหนังสือและน้องก็ได้ทำกิจกรรมนันทนาการ เล่นเกมตอบคำถามต่างๆกับพี่อาสาสมัครอย่างสนุกสนาน ทำให้เกิดความรักและความอบอุ่น แต่พอหมดวันพี่อาสาสมัครต่างคนก็ต่างแยกย้ายกลับบ้านและพี่อาสาสมัครที่น้องรู้จักก็ไม่กลับมาอีกเลย” นั่นเป็นคำตอบที่ทำให้หนูคิดได้ว่าถ้าเราอยากจะทำความรู้จักและได้รับความรักความอบอุ่นจากเด็กๆนั้น ต้องแลกด้วยการทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ความรู้ ความสามารถ และที่สำคัญที่สุดคือเวลา
นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้หนูเข้าไปสอนหนังสือเด็กๆทุกเสาร์แรกของต้นเดือน จนเด็กๆเริ่มไว้ใจและเชื่อฟังเรามากขึ้น เกิดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนการสอนมากขึ้น เสาร์แรกของต้นเดือนไหนที่หนูขาดสอนไป เด็กๆก็จะถามถึงว่า “พี่หายไปไหนมา ทำไมพี่ไม่มาสอน คิดถึงพี่จัง” เป็นความสุขที่ไม่อาจตีราคาได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือเด็กๆในชุมชนแออัดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตหนู ทำให้การเข้าไปสอนหนังสือทุกเสาร์แรกของต้นเดือนเหมือนการไปหาญาติพี่น้อง สิ่งที่หนูหวังเป็นอย่างมากคือ เด็กในชุมชนแออัดจะเติบโตมาเป็นคนดี เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีการศึกษาเป็นสะพานนำไปสู่ความสำเสร็จ

อุปสรรคและความท้อของคนอาสาคืออะไร ?
ถ้าพูดถึงอุปสรรคและความท้อของคนอาสาต้องยกให้เหตุการณ์นี้เลยค่ะ คือมีอยู่วันหนึ่งหนูได้ไปร่วมทำกิจกรรมเก็บขยะบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกับกลุ่มอาสาอิสระ ณ ขณะนั้นน่าจะเป็นเวลาสักประมาณ 5 โมงเย็น ขณะที่หนูเก็บขยะบนทางเดิน (สกายวอล์ค) มีป้าคนหนึ่งอยู่ดีๆเขาก็พูดขึ้นมาดังๆว่า “โอ้ย มาทำขนาดนี้ไม่ไปบวชเป็นแม่ชีเลยหละ” หนูถึงกับสะดุ้งเลย แต่ก็ขอโทษป้าเขานะคะ เพราะหนูคิดว่าหนูคงไปขวางทางเขา

การทำจิตอาสามีผลกระทบต่อการเรียนบ้างไหม ?
ไม่มีผลกระทบเลยค่ะ เพราะหนูตั้งใจเรียนในชั่วโมงเรียน กลับบ้านมาก็ทำการบ้านและทบทวนหนังสืออยู่เป็นประจำ และที่สำคัญกิจกรรมจิตอาสาที่หนูทำจะทำเฉพาะวันเสาร์หรืออาทิตย์เท่านั้นค่ะ

ทางบ้านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการเข้าร่วมจิตอาสาของเราในแต่ละครั้ง ?
หนูอยู่กับคุณพ่อสองคนค่ะ ตอนไปทำกิจกรรมแรกๆคุณพ่อเขาก็สังสัยว่าเราไปทำจริงรึป่าว จะโกหกเขาแล้วแอบไปหนีเที่ยวรึป่าว เขาก็เป็นห่วง หนูก็เลยเปิดเพจของครอบครัวพอเพียงให้คุณพ่อดู คุณพ่อก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น และคุณพ่อก็เห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำกิจกรรมของหนูมากขึ้น ตอนที่หนูได้รับรางวัลต้นแบบคนดีศรีแผ่นดินประจำจังหวัดนนทบุรี ทำให้คุณพ่อสนับสนุนจนหนูได้รับโอกาสดีๆมากมาย แต่คุณพ่อเขาก็ยังสอนหนูอยู่เสมอว่า “ทำกิจกรรมได้แต่ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องการเรียน”

จิตอาสาให้อะไรแก่เรา ?
จิตอาสาสอนให้เรารู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสังคม ทำให้เราได้พัฒนาศักยภาพต่างๆ ทั้งการเป็นผู้นำ ทักษะการพูดในที่ชุมชน ทำให้เราได้มิตรภาพจากเพื่อนๆต่างโรงเรียนมากมาย ได้ความสุขที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้จริงๆค่ะ

เมื่อเข้ามาเป็นจิตอาสาแล้ว อยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในสังคมมากที่สุด ?
อยากจะเห็นสังคมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และก็ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงหน้าที่ของจิตอาสาเพียงเท่านั้น แต่อยากจะให้หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมมาร่วมมือกัน แล้วเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคมของเราให้มันดีขึ้นไปพร้อมๆกันค่ะ

อยากบอกอะไรถึงพี่ๆน้องๆที่เข้าร่วมเป็นจิตอาสาทุกคน ?
อยากจะบอกถึงพี่ๆน้องๆ จิตอาสาทุกคนว่า “ขอบคุณ” ที่มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น ถึงแม้พวกเราจะทำได้เพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่หนูคนหนึ่งค่ะที่เชื่อว่า สิ่งเล็กๆน้อยๆที่เราทำในตอนนี้มันจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ช่วยพัฒนาสังคมในวันข้างหน้าต่อไป อย่าท้อในการทำความดี และก็อย่าอายหากเราเป็นคนเดียวที่คิดจะทำความดี ถึงแม้เราจะเป็นแกะดำแต่อย่างน้อยเราก็เป็นแกะดำที่ทำ “ความดี”

กล่าวถึงผู้ที่กำลังตัดสินใจเข้าร่วมจิตสาอาสา ?
หนูว่าไม่ต้องตัดสินใจแล้วค่ะ ลองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเราจิตอาสาดูแล้วคุณจะได้รับแต่สิ่งดีๆ เพราะสิ่งดีๆที่ได้รับนั้นเกิดจากสิ่งดีๆที่คุณสร้างขึ้นเอง.

เห็นความคิดของเด็กรุ่นใหม่แล้วก็ดีใจ หลายคนมีความคิดที่จะทำเพื่อผู้อื่นมากขึ้นโดยการเข้าร่วมกับกลุ่มอาสาต่างๆ ในขณะที่ประเทศเรากำลังขาดแคลนผู้มีใจอาสามากเหลือเกิน มันช่างเป็นส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกันเสียจริง อย่างไรก็ตาม การเลือกเข้าร่วมกลุ่มจิตอาสาต่างๆ อยากให้น้องๆและผู้ปกครองทุกคนดูให้ดีว่า กลุ่มจิตอาสานั้นๆเป็นหน่วยงานที่ไว้วางใจได้หรือไม่ ทำเพื่อสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนจริงหรือเปล่า เป็นประโยชน์ต่อสังคมจริงหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจในการเสียสละทำเพื่อผู้อื่นต่อไป

น้องๆเยาวชนผู้สนใจกิจกรรมจิตอาสากับ “มูลนิธิครอบครัวพอเพียง” สามารถติดตามข่าวสารและเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ “ฟรี” โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ www.fosef.or.th
www.ariyaplus.com และ www.facebook.com/porpeangfamily

เรื่องและภาพ : กรวิก อุนะพำนัก