Featured

Alliance

 

 

 

 

 


โอฬาร สุคนนคร

จิตอาสาผมมาด้วยใจ

“งานจิตอาสาเป็นงานที่เราต้องทำด้วยใจอย่างแท้จริง และในการปฏิบัติก็ต้องยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม ผนวกเข้าไปด้วย เพื่อสร้างตนเองให้เป็นเยาวชนที่ดีพร้อม สิ่งที่สำคัญก็ควรจะทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่พวกเพื่อนๆ และรุ่นน้อง เราจึงจะไปสอนน้องๆ ให้เชื่อถือตามเราได้”

โอฬาร สุคนนคร
โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย

                เป็นคำกล่าวอันหนักแน่นของ โอฬาร สุคนนคร “โอ” นักเรียนชั้น ม.๖/๔ แกนนำเยาวชนครอบครัวพอเพียง โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครของชมรมครอบครัวพอเพียงมากว่าสามเดือนแล้ว โดยมีจุดเริ่มมาจากความต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และมีข้อแม้กับตัวเองว่าประโยชน์นั้นต้องเกิดกับผู้อื่นเท่านั้น

                “คนละพ่อ คนละแม่ เรามารวมกัน ผูกสัมพันธ์ รวมกันวันนี้ ต่างก็มีจุดหมายเดียวกัน ร่วมสร้างสรรค์ สังคมห่างไกลความลำบาก เราไม่ย่อท้อ เพราะมีคนรอ เราอยู่มากมาย จะอยู่แสนไกลกันดารเพียงไหน พวกเราจะไป ช่วยกันพัฒนา คนค่ายอาสา อาสาพัฒนา ร่วมใจกันมา ช่วยกันทำงาน คนค่ายอาสา อาสาพัฒนา ร่วมใจกันมา เราราชมงคล เราร่วมมือ เราร่วมใจ ประสานมือไว้ จะอยู่หนใดพร้อมใจกันสามัคคี เป็นพี่เป็นน้อง…ร่วมสถาบัน…จับมือกันพลัน ร่วมกันพัฒนา”

                และนี่ก็เป็นเสียงเพลงที่โอ จำขึ้นใจมาโดยตลอดในการทำงานจิตอาสา ช่วงแรกๆ โอ ได้ร่วมงานจิตอาสากลับชมรมครอบครัวพอเพียงจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาโดยการไปช่วยแพ็คของบริจาค นำสิ่งของไปบริจาคให้กับประชาชนผู้เดือดร้อน ก็เกิดติดใจขึ้นมาหลังจากนั้นก็เลยมาเป็น จิตอาสาของชมรมครอบครัวพอเพียงอย่างเต็มตัว

                จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนนำรอยยิ้มจากเหล่าอาสาสมัครไปมอบให้กับ ชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัย ถึงแม้ความช่วยเหลือจะไม่ได้ขจัดทุกข์ให้หายไป แต่เชื่อว่าอย่างน้อยจะช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ลงได้บ้าง และสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ได้รับตอบแทนกลับมาคือ รอยยิ้มจากชาวบ้านที่มอบให้กับเหล่าอาสาสมัคร พวกเราเชื่อว่า น้ำใจเพียงเล็กน้อยที่เหล่าอาสาสมัคร นำไปมอบให้นั้น สามารถสร้างกำลังใจให้พวกเขามีแรงสู้ต่อจนกว่าเรื่องร้ายๆ จะผ่านพ้นไป พวกเราเชื่อเสมอว่า ฟ้าหลังฝนจะสดใสเสมอ

                ถึงแม้ว่าพวกเราอาจเป็นแค่ส่วนเล็กๆ แต่ก็ยินดีทำเพื่อสังคมและประเทศไทยของเรา อย่างน้อยก็ทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ไดตระหนักถึงความมีน้ำใจ ความสามัคคีและเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือคนไทยด้วยกันในยามเดือดร้อน แม้ว่าตอนนี้ เราอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้เดือดร้อน หรือได้รับผลกระทบอะไร แต่ผู้ประสบภัยเหล่านั้นต้องลำบากมากกว่าหลายเท่า ก็อยากให้ช่วยกันทำประโยชน์กับสังคมให้มากที่สุด

                และอย่างน้อยเราก็ได้มีส่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยแม้ว่าผมเองจะไม่มีกำลังทรัพย์มากมายที่จะส่งไปช่วยเหลือ แต่เราก็มีกำลัง มีแรงที่จะทำงาน ส่งของไปช่วยผู้ประสบภัย ดีกว่านั่งดูทีวีฟังข่าวน้ำท่วมอยู่กับบ้านเฉยๆ

                หลังจากได้เรียนรู้จากการเป็นจิตอาสาทำให้ตัวผมเอง รู้ว่าจิตใจของตัวผมอ่อนโยนมากขึ้น สามารถลดเรื่องการพูดเสียงดังของตัวเองลงได้ เพราะเมื่อก่อนจะเป็นคนพูดเสียงดังมาก กลายเป็นคนที่ใจเย็น มีสมาธิ มีสติ มีความเรียบร้อย จากที่เคยเป็นม้าดีดกะโหลกก็รู้สึกว่าตัวเองนิ่งขึ้น

                โอบอกว่า เมื่อทำอะไรเพื่อคนอื่น จิตใจตัวเองก็อิ่มเอม ซ้ำยังอยากแบ่งปันให้กับคนอื่นได้รับรู้ เพื่อนจะได้มีความสุขเช่นเดียวกับผม โดยผมจะเน้นเสมอว่า “ใจ” ต้องมาเป็นอันดับแรก ต้องมาด้วยใจครับ เพราะของแบบนี้เราจะมาทำเล่นๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์ เป็นการฝืนตัวเองเปล่าๆ หากมาด้วยใจ เราจะได้ทั้งความภาคภูมิใจและความสุข ก็ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ด้วยเงินทอง แต่เราใช้กำลัง ความสามารถ ใช้หัวใจไปสร้างความสุขผลที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสักสองสามชั่วโมงที่ได้สร้างรอยยิ้ม ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แล้วครับ

                “ในอนาคตก็อยากจะทำกิจกรรมนี้ต่อไปเรื่อย หรือไม่ก็อาจจะไปทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ หรืองานทาง ด้านมูลนิธิ แต่รับรองว่าจะไม่ทิ้งกิจกรรมจิตอาสาแน่นอน”