Featured

Alliance

 

 

 

 

 


ปิยากร เลี่ยนกัตวา

มัธยมคนอาสากับการค้นหาว่า…“จิตอาสาคืออะไร”

หากมีคนมาถามว่า จิตอาสาคืออะไร? วิธีแรกที่จะทำคือ? เปิดหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวจิตอาสาสัก ๑๐๐ เล่ม ค้นหาคำว่าจิตอาสาผ่าน Google Search สัก ๑,๐๐๐ เว็บไซต์ หรือนั่งคุยกับจิตอาสาสัก ๑๐,๐๐๐ คน เราคงไม่จำเป็นต้องเสียเวลามากมายถึงขนาดนั้นเพราะเพียงแค่เรายอมสละเวลาเพียงแค่ ๑๐ นาที เพื่อลงมือปฏิบัติ ไม่แน่คุณอาจจะตอบคำถามที่กล่าวมาได้ก่อนใคร

นางสาวปิยากร เลี่ยนกัตวา หรือแป้ง
แกนนำจิตอาสาชมรมครอบครัวพอเพียง
โรงเรียนโยธินบูรณะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔

                เด็กสาวหน้าใสวัย ๑๖ ปี สาวน้อยคนนี้เธอยอมทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจทำงานอาสา ทั้งยังเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสานพลังจิตอาสาให้เกิดขึ้นภายในโรงเรียนด้วย

                “จิตอาสาคือการให้ การสละเวลา แรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ ตลอดจนตัวเราเอง เพื่อสาธารณประโยชน์ ด้วยความสนใจในการทำงานด้านจิตอาสา เธอจึงรวมตัวกับเพื่อนๆ เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ โดยที่ผ่านมาก็ได้ร่วมกิจกรรมจิตอาสาหลายๆ กิจกรรม เช่น บรรจุถุงยังชีพที่สภากาชาดไทย "โครงการกล้า...ดี” มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม โครงการปลูกต้นกล้ายุคใหม่ (สอนหนังสือให้นักเรียนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดราชาธิวาส เป็นวิทยากรให้แก่โรงเรียนต่างๆ ด้านเศรษฐกิจพอเพียง เช่น โรงเรียนทีปังกรณ์วิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชินูปถัมภ์ และโรงเรียนราชวินิต บางเขน

                เมื่อรู้ว่าชมรมครอบครัวพอเพียง จะมาจัดกิจกรรมที่โรงเรียน ก็รีบสมัครเข้ามาเป็นแกนนำเลยค่ะ ตอนแรกก็รู้สึกสนุกที่ได้ร่วมทำกิจกรรมกับพี่ๆ ครอบครัวพอเพียง ที่มาให้ทั้งความรู้ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากให้ความรู้แล้วก็ยังมีทั้งร้อง เล่น เต้น รำ ก็เป็นกิจกรรมที่ดีและไม่น่าเบื่อ และก็ตื่นเต้นที่จะได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ จนกระทั่งได้มาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสากับครอบครัวพอเพียงอย่างจริงจังก็มีความสุขเมื่อได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของจิตอาสาและเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุขเราก็จะมีความสุขไปด้วย” น้องแป้งเล่า

                “แป้งโชคดีที่ ได้รับแรงบันดาลใจ และการสนับสนุนการทำความดีเพื่อสังคมนั้น เกิดจากครอบครัว สมาชิกของครอบครัวแป้ง ก็มีอยู่ด้วยกัน ๔ คน ก็คือ คุณพ่อเสรี เลี่ยนกัตวา ปัจจุบันเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฝ่ายช่างการบินไทย) คุณแม่พิณทอง เลี่ยนกัตวา เป็นพยาบาลอยู่ที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แป้ง เป็นลูกคนโต และมีน้องสาวอีกหนึ่งคน ด.ญ.พรจิรา เลี่ยนกัตวา โรงเรียนโยธินบูรณะ เช่นกันค่ะ และปัจจุบันก็มีสมาชิกของครอบครัวเพิ่มมาอีกหนึ่งคนก็คือ พี่สาวคนโต Lisa Tosi ซึ่งเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ของโรงเรียนโยธินบูรณะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราด้วย

                แม้แป้งจะเหน็ดเหนื่อยกับการเรียนและการทำงานอาสาเพื่อคนอื่น แต่สิ่งที่แป้งทุ่มเททำไปก็นับว่าน้อยนิด เมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอได้รับจากการทำงานจิตอาสา

                “ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ถึงเหนื่อยก็คุ้ม เพราะเราได้อะไรหลายอย่างกับงานตรงนี้ หนึ่งเราได้ความสบายใจ เพราะเราสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับคนอื่นได้ ทำให้เรารู้สึกภูมิใจในตัวเอง สองเราได้ประสบการณ์ เพราะคิดว่าการเรียนไม่เพียงพอ สหรับจะทำให้คนเก่งได้ ดังนั้นเราต้องทำกิจกรรมไปด้วย แล้วเมื่อเราเจอคนเยอะจะทำให้เรามองคนอื่นอย่างเปิดใจ อย่างที่สามคือมิตรภาพ ทำให้ได้มิตรภาพระหว่างเพื่อนและรู้จักมิตรภาพจากนอกโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นคนแก่ เพื่อนนักเรียนต่างโรงเรียน หรือเด็กๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี ที่เราจะได้กลับมาเต็มๆ ”

                แป้งก็อยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งชมรมครอบครัวพอเพียง เพราะชมรมครอบครัวพอเพียงนี้จะทำให้เราทุกคนรู้จักการให้ รวมทั้งยังมีกิจกรรมดีๆ เกี่ยวกับความพอเพียงต่างๆ มากมายที่เราสามารถจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้ ก็อยากให้ทุกคนมาเป็นครอบครัวเดียวกัน มาเป็นครอบครัวพอเพียงด้วยกันนะคะ อยากให้เพื่อนๆลองคิดว่าก่อนที่เราจะเป็นผู้รับก็ย่อมต้องมีผู้ให้ ในทางกลับกันหากเราได้เป็นผู้ให้บ้าง จะเวลาไหน ตอนไหนก็ได้ เพียงแค่หันไปยิ้มให้เพื่อนเราคนข้างๆ เรามีความสุข เขามีความสุขแค่นี้ก็เป็นผู้ให้ได้แล้ว ซึ่งการเป็นจิตอาสานั้นไม่เพียงแต่เราจะเป็นแต่ผู้ให้แล้วเรายังเป็นผู้รับด้วยเพราะเรายังได้รับความรู้ใหม่ๆ ประสบการณ์ชีวิต เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ฝึกทั้งกายและใจของเราด้วย

                น้องแป้งเล่าว่า งานจิตอาสาสามารถเปลี่ยนเธอได้ นอกจากงานจิตอาสาจะเปลี่ยนลักษณะนิสัยส่วนตัวของเธอได้ อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนเธอได้นั่นคือ ความคิด “เมื่อก่อนแป้งคิดว่า ไม่เป็นไรไม่มีเราคนอื่นเขาก็ทำได้ ช่วยงานคนอื่นบ้างเป็นครั้งคราว แต่ตอนนี้หนูคิดว่า งานอาสาเราต้องร่วมมือกัน อย่างพวกเราเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ก็สามารถช่วยกันได้ แค่บางส่วน แต่ว่าเราทุกคนร่วมกันเปลี่ยนความคิดให้เป็นจิตสาธารณะ และหัดทำกิจกรรมเพื่อคนอื่นให้มากขึ้น สังคมก็จะมีความสุขมากกว่านี้ เพราะหัวใจหลักของการทำจิตอาสาก็คือ การพยายามลดความเห็นแก่ตัว มองตนเองให้น้อยลง และหันมาทำเพื่อคนอื่น หรือมองคนอื่นมากขึ้น”

                ก็คงจะสนับสนุนคำพูดของท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ได้เป็นอย่างดี ที่ว่า “สังคมดีเริ่มต้นที่ครอบครัว” เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจากหลายๆ บทสัมภาษณ์ของน้องจิตอาสาเหล่านี้จะช่วยทำให้เกิด ครอบครัวพอเพียง ครอบครัวจิตอาสาได้มากขึ้นเพิ่มขึ้น เพราะทุกครอบครัวคงไม่อยากเห็นบุตรหลาน ที่กำลังเจริญเติบโต เป็นเด็กที่ดีแต่เรียน เรียนเก่งแต่เห็นแก่ตัว ฉลาดหลักแหลมพร้อมกับความเอารัดเอาเปรียบคนรอบข้าง แล้งน้ำใจ เพราะสุดท้าย เมื่อไม่มีพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง เด็กที่ว่ามานั้นจะอยู่ร่วมกับสังคมไม่ได้ หรืออยู่ได้แบบอยู่ไปวันๆ หาเพื่อนและคนรักไม่ได้ ถึงหาได้ก็จะอยู่เพียงในระยะเวลาสั้นๆ เพราะสังคมรังเกียจ ร่วมกันนะค่ะ เปิดโอกาสให้เด็กๆได้เรียนรู้ กับกิจกรรมที่ดี ซึ่งมีอยู่มากมาย สุดท้ายทุกอย่างไม่ใช่เพื่อใคร ก็เพียงเพื่อคนที่เรารักนะคะ