Featured

Alliance

 

 

 

 

 


ทวีศักดิ์ จันทร์แก้ว

ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ทำ..เพื่อผู้อื่น มีความสุขที่สุด..

“ผมเชื่อว่าผมเกิดมาเพื่อทำงาน คือทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมนะครับ หรือที่เขาเรียกว่า...จิตอาสา ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ทำ มีความสุขมากครับ”

เป็นคำยืนยันจากปากของ น้องกอล์ฟ ทวีศักดิ์ จันทร์แก้ว
ประธานแกนนำจิตอาสา ชมรมครอบครัวพอเพียง
โรงเรียนมัธยมวัดมกุฎกษัตริย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕

                น้องกอล์ฟ ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับครอบครัวพอเพียงตั้งแต่ปีที่แล้ว ในระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๔ ตอนนั้นน้องกอล์ฟก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานแกนนำกลุ่มจิตอาสา มาในปีที่ ๒ น้องกอล์ฟก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมเช่นเคย และก็ได้รับการคัดเลือกจากเพื่อนๆ พี่และน้อง ให้เป็นประธานแกนนำกลุ่มจิตอาสาในปีที่ ๒ อีกครั้ง พี่ๆ ทีมงานต่างก็มีความประทับใจในความเป็น “จิตอาสา” ของน้องกอล์ฟมาก ด้วยลักษณะท่าทาง บุคคลิกที่เรียบร้อย มีความเป็นผู้นำสูงมาก ทุกครั้งที่เราจัดค่ายอาสา เช่น กิจกรรมดูแลน้องเณร ที่วัดไผ่ดำ จังหวัดสิงห์บุรี ครั้งนั้นมีน้องๆ จากหลายโรงเรียนไปร่วมกิจกรรม เมื่อไปถึงวัด หลวงพี่และพี่ๆ ทีมงานก็พาน้องๆ เดินชมห้องสมุดและบริเวณโบสถ์ที่มีเณร กำลังศึกษาอยู่จำนวนมาก และยังไม่ถึงเวลาฉันเพล พี่ๆ ทีมงานจึงชวนน้องๆ จิตอาสา ช่วยกันทำความสะอาดบริเวณรอบๆ วัด ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปหาไม้กวาด ถุงดำเก็บเศษขยะ ส่วนน้องกอล์ฟและเพื่อนๆ อาสาไปล้างห้องน้ำ-ห้องส้วม ที่มีอยู่หลายห้อง จนสะอาดเรียบร้อยทุกห้อง หลังจากเสร็จภาระกิจ พวกเราก็ได้ไปประเคนอาหารถวายแด่พระภิกษุและเณร รับศีล รับพร มีความสุขเบิกบานกันทุกคน ก็เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ พวกเราได้มีโอกาสได้ทำร่วมกัน และเราก็ได้เห็นถึงความมีน้ำใจ ความจริงใจและตั้งใจทำ โดยไม่เลือกงาน ไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ของน้องกอล์ฟ เป็นอย่างดี ทีนี้เรามาฟังความในใจของหนุ่มน้อยหน้าหล่อคนนี้ดูบ้างว่าเขามีความรู้สึกอย่างไรกับการเป็น “ผู้ให้”

               “ผมชอบทำกิจกรรมเป็นชีวิตจิตใจครับ ต้องหาอะไรทำที่นอกเหนือ จากที่ทำอยู่เสมอ เมื่อว่างจากการเรียน” และจากการที่ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ และพี่ๆ ให้เป็นประธานชมรมฯ ทำให้ กอล์ฟ ไม่เคยหยุดนิ่ง คอยชักชวนเพื่อนๆ และน้องๆ มาเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมครอบครัวพอเพียงอย่างสม่ำเสมอ

               กอล์ฟ มักจะได้รับการสนับสนุน การให้กำลังใจทุกครั้งในการเข้าร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาจาก “ครอบครัว” ครอบครัวของ กอล์ฟ เป็นครอบครัวเล็กๆ ที่อบอุ่น มีสมาชิก ๔ คน พ่อ-แม่-ลูก คือคุณพ่อสิทธิศักดิ์ จันทร์แก้ว คุณแม่หล้า นาทะสัน และก็น้องชายอีกหนึ่งคน น้องเกียรติศักดิ์ จันทร์แก้ว

               มาเป็นแกนนำ “จิตอาสา” แล้วได้อะไร? คำถามนี้ กอล์ฟ ตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ประโยชน์ที่เกิดกับตัวเองชัดเจน ก็คือ ทำให้มีความเข้มแข็ง มีประสบการณ์ และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากห้องเรียน และที่สำคัญทำให้ผมได้พบ และรู้จักผู้คนมากมาย ได้เพื่อนใหม่ๆ จากต่างโรงเรียน ทำให้ผมได้เกิดการคิด วิเคราะห์เห็นถึงสภาพปัญหาของสังคม บุคคล และอื่นๆ อีกมากมาย “อยากบอกว่า กิจกรรมของชมรมครอบครัวพอเพียง เป็นกิจกรรมที่สร้างคนให้เป็นคน และทำให้คนเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคมครับ” จริงๆ แล้ว จิตอาสา ผมคิดว่าทุกคนนั้นสามารถทำได้ ทำได้ง่ายด้วยครับ ไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินใดๆ เลยก็สามารถทำได้แต่สิ่งที่ยากที่สุดนั้นคือ การเริ่มต้น มีเพื่อนๆ หลายคน อยากทำกิจกรรมหลายอย่าง แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร บางคนก็เขินอายบ้าง บางคนก็กล้าๆ กลัวๆ

               “การที่เราได้ ‘ให้’ โดยที่ไม่ต้องการผลตอบรับ ได้เดินเข้าไปช่วยเหลือสังคมที่อ่อนแอกว่า โดยไม่ได้คิดถึงประโยชน์ส่วนตน ได้ทำจากส่วนลึกของหัวใจอย่างแท้จริง ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะมีหลายๆ สิ่ง หลายๆ คน ที่ยังขาดโอกาสในสังคมอีกมากมาย ขณะที่ผมเกิดมาพร้อมทุกอย่าง ตรงนี้เองก็เป็นแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมคิดได้ว่า ต่อไปนี้จะทำอะไรต้องมีความตั้งใจ และมุ่งมั่นมากกว่าเดิม” กอล์ฟจึงกลายเป็นแกนนำในการทำกิจกรรมจิตอาสา ทั้งในและนอกโรงเรียน หากมีงานที่ไหน กิจกรรมอะไรเข้ามา เขาจะรวบรวมเพื่อนๆ พี่และน้องให้มาร่วมกิจกรรมกันมากมาย

               ด้านการเรียน กอล์ฟ บอกว่าเขามีความ ตั้งใจเรียนมากขึ้น ใช้ความพยายามในการศึกษาและทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น และอดทนต่อสิ่งรอบข้างได้มากขึ้นด้วย หากท้อแท้ ก็จะนึกถึงเด็กๆ และคนอีกจำนวนมากที่ยังขาดโอกาส และยังคอยการช่วยเหลือจากสังคมอยู่

               กอล์ฟ เชื่อว่าไม่เพียงตัวเขา เท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากการทำกิจกรรม “อาสา” โดยเขามองว่ายังช่วยเพิ่มความเป็น “คน” ให้กับคนอื่นๆ อีกทั้งยังช่วยสร้างสังคมและชุมชนให้เข้มแข็ง และนี่ก็คือ ... ประโยชน์ มหาศาลของงาน “จิตอาสา”

               ประโยชน์ของการทำกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งที่ได้กับตัวเอง ที่สำคัญนั้นก็คือ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ในการพัฒนาตนเอง ได้เพื่อนใหม่ๆ ได้รู้สัจจะธรรมของชีวิตบางอย่าง เวลาทำงานกับบุคคลต่างๆ ทั้งต่างเพศ และต่างวัย คือเอาง่ายๆ เลย ก็คือได้รู้ว่านิสัยใจคอของแต่ละคนนั้น จะไม่เหมือนกัน

               แล้วถามว่ากิจกรรมที่น้องกอล์ฟทำนั้นเกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างไร “การเป็นจิตอาสา เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้ทำอย่างที่ตนเองชอบและถนัด และที่สำคัญการสร้างความรู้ จากประสบการณ์ ให้กับเด็กและเยาวชนที่ทำกิจกรรมด้วยกัน ยังเป็นการสอนให้ผู้ที่ทำกิจกรรมรู้ว่าการทำงานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเป็นอย่างไร และได้รับรู้คุณค่าของการเป็นผู้ให้ครับ และการทำกิจกรรมต่างๆ กับเด็กๆ ที่เป็นเด็กที่ด้อยโอกาส ทำให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ทั้งทางด้านร่างกาย ความคิด และจิตใจอย่างต่อเนื่อง เพราะการทำงานด้านนี้จะต้องเรียนรู้และฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ เพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ และสามารถนำไปถ่ายทอดให้กับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและที่สำคัญ ทำให้เราได้มีความสุขกับงานที่ได้ทำ”

               “ขณะเดียวกันกิจกรรมที่ทำนั้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นได้เห็นถึงคุณค่าและศักยภาพของตัวผม ผมสามารถนำความรู้ ความสามารถที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวผมเอง และต่อสังคมด้วยกิจกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นยังส่งผลให้ชุมชน ตลอดจนสังคมเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นบ้าง เนื่องจากมีเวทีที่สร้างสรรค์สำหรับพวกผมเพิ่มมากขึ้น” น้องกอล์ฟกล่าวพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม.