Featured

Alliance

 

 

 

 

 


วิถีพอเพียง

องค์กร “กล้าได้กล้าดี” 4

องค์กร “กล้าได้กล้าดี”
วัดพระรามเก้า เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

          ในฐานะของวัดแห่งเดียวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง และได้ชื่อว่าเป็น วัดประจำรัชกาล หลายคนคงนึกว่าพระอารามแห่งนี้น่าจะก่อสร้างอย่างสิจิตรตระการตามูลค่าแพงระยับแต่หาเป็นเช่นนั้นไม่

          ช่วงหลังปี ๒๕๓๐ บริเวณถนนพระรามเก้ายังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำรกเรื้อ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมายังบริเวณนี้เพื่อนักศึกษาเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมประชาชนที่อาศัยบริเวณนี้ ซึ่งส่วนใหญ่อพยพจากต่างจังหวัดเพื่อมาหางานทำ ได้มาเฝ้ารอรับเสด็จ และกราบบังคมทูลขอพระราชทานวัด เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจนั่นคือที่มาของวัดพระรามเก้า ที่ดำรงอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างกลมกลืนนับตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ในฐานะวัดของชุมชนที่ใช้งบประมาณก่อสร้างเพียง ๑๓ ล้านบาท ในขณะที่โบสถ์วิหารของวัดจำนวนมากสร้างขึ้นด้วยเงินนับร้อยล้านบาท บางแห่งก็นับพันล้านบาท

          สิบปีเต็มจนถึงวันนี้ ที่นี้ยังคงเป็นเสมือนต้นแบบของพระอารามที่ยึดมั่นในหลักความพอดีพอเพียงประหยัด เรียบง่าย และเชื่อมประสานตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียว โดยริเริ่มกิจกรรมที่สนับสนุนให้พุทธศาสนิกชนก้าวเดินบนหลักแห่งสติ ความสมถะ และสงบเย็น ท่ามกลางชีวิตอันเร่งรัดและความร้อนรุ่มในเมืองใหญ่ โดยทุกวันพระและในวันสำคัญต่างๆ ทางพุทธศาสนา ที่นี่จะมีการประกอบพิธีกรรมแบบเรียบง่าย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมาเผยแพร่อบรมพุทธศาสนาการฝึกจิตภาวนาในรูปแบบต่างๆ แก่เด็กและเยาวชน

          สิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนหลั่งไหลมาสู่วัดแห่งนี้จึงมิใช่เพื่อแสวงหาลาภยศจากอำนาจแห่งอภินิหารแต่เป็นเพราะประตูศาสนสถาแห่งนี้คือจุดเชื่อมต่อสู่ชุมชน และนำเสนอวิถีทางแห่งการแสวงหาปัญญาอย่างเรียบง่าย โดยไม่เคยเรียกร้องลาภสักการะใดๆ จากผู้ก้าวผ่าน


ถอดบทเรียนรู้สู่การปฏิบัติ

จากบทเรียนของเพื่อนคนไทย สามารถสังเคราะห์เป็นหลักสำคัญในการพัฒนาหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ได้ดังนี้

  • ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส สุจริต และสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
  • เป้าหมายมิใช่เพื่อกำไรสูงสุด กล้ากำหนดแนวทางธุรกิจเพื่อแสวงหาคุณค่าที่มากกว่าเงินกำไร
  • ดำเนินกิจการไปพร้อมกับการเอื้อประโยชน์แก่สาธารณะ
  • ประหยัดการใช้พลังงานและทรัพยากร ร่วมถนอมและพิทักษ์ธรรมชาติ
  • พัฒนางานโดยให้ความสำคัญกับการใช้ความรู้ และข้อมูลประกอบ รวมถึงพอเหมาะพอดี กับจุดอ่อนจุดแข็งขององค์กร
  • มีระบบป้องกันความเสี่ยง รองรับความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงได้ตลอดเวลา
  • เอาใจใส่ดูแลพนักงานเสมือนคนในครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีคุณธรรม
  • ร่วมสร้างความสงบร่มเย็นให้เกิดขึ้นในสังคมด้วยความสมานฉันท์ ช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่ทอดทิ้งกัน

 

ปิดท้าย

          จากกรณีศึกษาที่ได้นำเสนอในคู่มือฉบับนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า หลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นแนวคิดที่มีพลังต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ให้เกิดได้ในทุกระดับ และมีของเขตกว้างไกลยิ่งกว่าเรื่องของการทำเกษตรกรรม ดังที่หลายคนเข้าใจกัน

          กรณีศึกษาอันมีคุณค่าเหล่านี้ ได้สะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงที่ผ่านมา แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านได้หนุนเนื่องอยู่เบื้องหลังความสุขของผู้คนจำนวนไม่น้อย นับตั้งแต่ระดับของการกำหนดแนวทางดำเนินวิถีประจำวันและเป้าหมายชีวิต การแก้ปัญหาชุมชน การเสริมสร้างคุณค่าและความเข้มแข็งให้แก่องค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคน ทุกอาชีพ ทุกสถานภาพสามารถปรับใช้ให้เข้ากับสภาพเงื่อนไขของตนเองได้ทั้งสิ้น ทั้งนี้ รวมไปถึงการกำหนดแนวทางการพัฒนาประเทศ ที่สามารถสรุปเป็นหลักการสำคัญ ได้ดังนี้

  • ยึดหลักการให้ผู้คนอยู่เย็นและสังคมเป็นสุขเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ
  • การกระจายรายได้เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมมีความสำคัญมากกว่าตัวเลขชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • ส่งเสริมสัมมาอาชีพและกิจการที่เป็นประโยชน์และไม่ก่อโทษแก่สังคม
  • เน้นการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสังคมมีความสงบสุข
  • ให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษย์ชน ตลอดจนคุณค่าและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์เหนือความเจริญทางเศรษฐกิจ
  • สนับสนุนให้ประชาชนและชุมชนได้รักการพัฒนาอย่างเหมาะสม และอยู่ร่วมกันได้อย่างสมานฉันท์โดยไม่มีอคติต่อวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลาย
  • ส่งเสริมพัฒนา การใช้ทรัพยากร และพลังงานทางเลือก ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • พัฒนาสังคมโดยใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นธงนำ
  • คบหาสมาคมกับนานาชาติด้วยหลักความเสมอภาค ไม่มุ่งเอารัดเอาเปรียบใคร และมิให้ใครมาเอาเปรียบ

          กรณีศึกษาและการถอดบทเรียนภาคปฏิบัติที่นำเสนอในคู่มือนำทางชีวิตเล่มนี้ แม้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความเคลื่อนไหวในการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เป็นดั่ง “เข็มทิศ” สร้างสุขอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงที่ผ่านมา แต่นับว่ามีคุณค่าต่อการเรียนรู้อย่างยิ่ง

          หากว่าเพื่อคนไทยได้นำเรื่องราวเหล่านี้ไปใคร่ครวญ และทอลองลงมือนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับชีวิตและงานไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความสุขและความดีจะแผ่ไพศาล และส่งผลให้สังคมไทยของเราเป็นดินแดนแห่งความ “อยู่เย็นเป็นสุข” ได้อย่างแน่แท้

 


ที่มา คู่มือนำทางชีวิต รักพ่อ เพื่อพ่อ ขอดำเนินชีวิตด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง