Featured

Alliance

 

 

 

 

 


ผอ.ดร.เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ

จากครูบ้านนอก สู่ ผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

ผอ.ดร.เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ

ผู้หนึ่งผู้ใดจะก้าวเข้ามาเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานอย่างสวนกุหลาบวิทยาลัยได้ ย่อมต้องมีประสบการณ์และผลงานอันเป็นประจักษ์ต่อวงการศึกษาอย่างแท้จริง ดร.เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ คือผู้หนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงให้เข้ามาเป็น ผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยคนปัจจุบัน จากหนุ่มชาวราชบุรีมุ่งมั่นเรียนหนังสือเพื่อจะเป็นครูตามความตั้งใจ ไต่เต้าสอบบรรจุรับราชการครูระดับประถมศึกษาครั้งแรกที่โรงเรียนศรีประจันต์ ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ด้วยเงินเดือนแรกของชีวิตจำนวน 1,750 บาท

ผอ.เชิดศักดิ์เริ่มชีวิตการเป็นครูครั้งแรกด้วยการเป็นทั้งครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ครูประจำชั้น และช่วยงานต่างๆ ของโรงเรียน ทุกๆ เย็นยังเป็นโค้ชฝึกซ้อมกีฬาให้กับนักเรียน สร้างทีมฟุตบอลของโรงเรียนศรีประจันต์เข้าร่วมแข่งขันจนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับอำเภอเป็นครั้งแรก เป็นผลงานชิ้นแรกๆ ที่ท่านสร้างจากการเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อเด็กนักเรียน ทำให้ชื่อของท่านเป็นที่รู้จักของคน อ.ศรีประจันต์

เพียง 1 ปี 1 เดือน กับอีก 3 วัน ท่านสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการครูสังกัดกรมสามัญศึกษาได้ที่โรงเรียนสรวง      สุทธาวิทยา ต.ดอนปรู อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ในปี พ.ศ. 2521 ตรงนี้เอง เป็นความลำบากใจในก้าวแรกๆ ซึ่งท่านไม่เคยลืม

“หากจะโอนอายุราชการ 1 ปี 1 เดือน 3 วัน และ 1 ขั้นที่ผ่านมา เพื่อนำไปนับต่อในการบรรจุเข้ารับราชการใหม่ ในสังกัดกรมสามัญศึกษาต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนตามระบบของข้าราชการ ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อนักเรียนทั้งสองฝ่าย เพราะนักเรียนจะรอครูไม่ได้ตราบใดที่การเรียนการสอนยังดำเนินต่อไป ผมจึงตัดสินใจลาออกจากราชการ โดยไม่กังวลและเสียดายอายุราชการที่ผ่านมา แล้วบรรจุเข้ารับราชการครูเป็นครั้งที่สอง ในตำแหน่งอาจารย์ 1 ระดับ 3 เงินเดือน 1,750 บาทเท่าเดิม”

                พื้นดินอันว่างเปล่ากว่า 51 ไร่ล้อมรอบด้วยไร่อ้อย ปรากฎอาคารเรียนชั่วคราว 6 ห้องเรียนหลังหนึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางอาณาบริเวณอันเวิ้งว้าง มันเปรียบได้กับทุกสิ่งทุกอย่างของโรงเรียนแห่งนี้ โรงเรียนที่ไม่มีแม้ห้องสุขา ท้องทุ่งนานั่นแลคือที่ปลดทุกข์ทั้งของครูและนักเรียน ภาพที่ชาวสรวงสุทธาวิทยาเห็นกันชินตาก็คือ อาจารย์เชิดศักดิ์มาทำงานตั้งแต่เช้า ต้อนรับนักเรียนอย่างเป็นกันเอง ทำหน้าที่ตั้งแต่ครูสอนคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เกษตร ศิลปะ พลศึกษา โดยเฉพาะการฝึกซ้อมนักเรียนให้เล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส จากที่เล่นไม่เป็นจนคว้ารางวัลกว่า 88 รางวัล

                ท่านใช้เวลาเป็นครูอยู่ 7 ปี ก่อนจะก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่อีก 6 ปี ในบทบาทของผู้ช่วยฯ ท่านอาศัยการมีส่วนร่วมของครู นักเรียน ผู้ปกครอง กรรมการศึกษาโรงเรียนและชุมชน ร่วมนำพาโรงเรียนสรวงสุทธาวิทยาเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน และเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของสถาบันพัฒนาผู้บริหาร วัดไร่ขิง ตลอดจนรางวัลดีเด่นต่างๆ อีกมากมายภายในระยะเวลา 13 ปี ส่งผลให้ในปี พ.ศ.2534 อนาคตครูหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่นในอาชีพก้าวสู่ตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 6 จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเวลา 6 ปี ก่อนจะได้รับความไว้วางใจจาก นายบรรหาร ศิลปอาชาให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ซึ่งเป็นโรงเรียนแรกของกลุ่มโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา

                เมื่อครบ 4 ปี ทางกรมสามัญศึกษามีคำสั่งให้ ผอ.เชิดศักดิ์ ศุภโสภณย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสงวนหญิงซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ส่งผลให้โรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนแกนนำปฏิรูปการศึกษาดีเด่น กรมสามัญศึกษาในที่สุดภายในระยะเวลา 7 ปีที่ท่านดำรงตำแหน่ง ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้อำนวยการที่โรงเรียนนนทรีวิทยา จังหวัดกรุงเทพมหานครเป็นระยะเวลา 3 ปี สร้างความเกรียงไกรและประทับใจให้กับผู้ร่วมงานและโรงเรียนนนทรีทั้งในแง่วิชาการ การขับเคลื่อนบริหารบุคคลากรแบบมีส่วนร่วม เรียกว่าแทบไม่มีที่เก็บรางวัลเลยทีเดียว จากนั้นท่านจึงได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 ในปี พ.ศ.2554

สวนกุหลาบไม่เคยขาดไม้เรียว

“ถามว่าวันนี้สวนกุหลาบมีไม้เรียวตีไหม...ตี!” ดร.เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ ผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย คนปัจจุบันในวัย 61 ปี กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงรอยยิ้มอันอบอุ่น

                ปีนี้ก็เข้าปีที่ 134 แล้วสำหรับอายุของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่ง ผอ.เชิดศักดิ์ย้ำว่า โรงเรียนนี้ไม่เคยห่างไม้เรียวอันเป็นเสมือนครูอีกคนหนึ่งที่คอยย้ำเตือนให้เด็กๆ ทุกรุ่นได้จดจำถึงความประพฤติอันดีงาม คงความเป็น “สุภาพบุรุษสวนกุหลาบ” เอาไว้ให้เหนียวแน่น หากนับรายชื่อบุคลากรของประเทศที่โรงเรียนสวนกุหลาบฯ ปลูกฝังมา คงต้องนับกันยาวเหยียดหลายหน้ากระดาษ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีจนถึงพ่อค้านักธุรกิจแทบทุกสาขาอาชีพ ซึ่งล้วนผ่านไม้เรียวกันมาทั้งนั้นโดยไม่เคยมีการร้องเรียนจากผู้ปกครองแม้สักครั้งเดียว

“ผมมาใหม่ๆ ก็ตกใจว่าทำไมโรงเรียนนี้ไม่มีปักชื่อนักเรียน เพราะปกติเวลาไปอยู่โรงเรียนไหนจะต้องมีชื่อนักเรียน เราจะได้จำได้ว่าคนนั้นชื่ออะไร จะได้เรียกถูก จนครูอาวุโสเล่าให้ฟังว่า โรงเรียนนี้เด็กทุกคนเป็นคนดี ไม่ต้องปักชื่อ มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่า โอ้โห โรงเรียนนี้ใครจะมาอยู่ต้องเป็นคนดีนะ โตขึ้นต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดี การที่นักเรียนทุกคนเข้ามาเรียนที่สวนกุหลาบ ครูอาจารย์ก็จะต้องคอยอบรมบ่มนิสัย คอยชี้แนะ คอยเตือน คอยดุ และไม่เคยขาดไม้เรียวมาเป็นร้อยปีแล้ว”

แน่นอนว่าทุกโรงเรียนย่อมมีนักเรียนดื้ออยู่บ้าง สวนกุหลาบฯ ก็เช่นกัน แต่สิ่งที่ ผอ.เชิดศักดิ์พบเจอคือเด็กนักเรียนสวนกุหลาบไม่ว่าจะรุ่นไหนก็ตาม ทุกคนมักจะมีความอ่อนน้อมถ่อมตน เมื่อพบครูอาจารย์นั่งอยู่ที่เก้าอี้ นักเรียนจะนั่งคุกเข่าทันที ไม่มีการยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเฉพาะนักเรียนเท่านั้น ผู้ที่เรียนจบไปแล้วก็ยังปฏิบัติอยู่ ยิ่งตอกย้ำความเหนียวแน่นในวิถีของสวนกุหลาบอย่างเด่นชัด

“ผมไปร่วมงานช่อง 5 วันที่ 7 มีนาคมปีก่อน มีการบริจาคเงินวันสถาปนาโรงเรียน ศิษย์เก่าที่เป็นออแกไนซ์เขามาแนะนำผมว่าขั้นตอนเป็นยังไง ผมนั่งโซฟาเขานั่งข้างล่าง ผมบอกเชิญนั่งข้างบน เขาก็ไม่ลุกขึ้นมา เขาบอกว่าไม่เป็นไรครับอาจารย์ ผมนั่งตรงนี้ดีแล้วครับ เขารู้สึกว่านี่คือครู คือถูกสอนมา”

ผอ.เล่าว่า ยิ่งเห็นภาพท่านพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบฯ ไปกราบครูอาจารย์ในวันเกิดของท่านเอง ภาพที่เห็นคือครูนั่งบนโต๊ะ ตัวพลเอกสุรยุทธ์นั่งข้างล่าง ยิ่งทำให้ตระหนักถึงความเป็นสุภาพบุรุษสวนกุหลาบรุ่นต่อรุ่นล้วนเป็นแบบอย่างที่ดีต่อกัน ทำให้ ผอ.เกิดความประทับใจ เป็นพลังในการบริหารงานต่อไปโดยมุ่งเน้นที่ครูเป็นหลักในการสร้างแบบอย่างที่ดีให้เด็กนักเรียน

“ครูต้องเป็นแบบก่อน ครูต้องเป็นครูที่ดี ผู้บริหารก็ต้องเป็นผู้บริหารที่ดี จึงสั่งสมสิ่งเหล่านี้ไว้ แล้วก็สอนรุ่นต่อรุ่น คำว่าแบบอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน มันเป็นเรื่องจริง ถ้าผู้ใหญ่ทุกระดับทำตัวให้ถูกต้อง ตั้งใจทำงาน มุ่งมั่น อุทิศเวลา ขยันหมั่นเพียร มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ ข้าราชการผู้น้อยก็ทำตาม เด็กก็ทำตาม เมื่อผู้บริหารดี ครูดี นักเรียนดี ผู้ปกครองดี โรงเรียนก็ดีในที่สุด”

กิจกรรมสร้างคน

                 “คำว่าสุภาพบุรุษสวนกุหลาบคือ ความเป็นผู้นำของเขานี่แหละ เป็นผู้นำ รักเพื่อน นับถือพี่ เคารพครู กตัญญูพ่อแม่ ดูแลน้อง” ผอ.เชิดศักดิ์ย้ำว่า ความแตกต่างที่ชาวสวนกุหลาบทำสืบต่อกันมาคือการดูแลกันระหว่างพี่กับน้อง หาใช่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวในระยะเวลาที่เรียนด้วยกันเท่านั้น มันหมายรวมถึงความสัมพันธ์อันยาวนานจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ภายใต้กิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น เพื่อให้พี่น้องต่างรุ่นได้มีโอกาสดูแลกัน สิ่งนี้ชาวสวนกุหลาบยึดปฏิบัติกันอย่างจริงจังและเหนียวแน่น นี่คือความยั่งยืนที่เกิดขึ้น เป็นอัตลักษณ์ชัดเจนต่างจากโรงเรียนอื่นๆ

                กิจกรรม “แลน้องจากผองพี่” คือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้รุ่นพี่ ม.6 ที่จบไปแล้ว กลับมาแนะนำน้องๆ จากประสบการณ์ที่ไปพบเจอมา เป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องได้ปฏิบัติตามสืบต่อกันไปไม่มีสิ้นสุด พอรุ่นน้องจบออกไปเขาก็รู้ว่าวันหนึ่งเขาต้องกลับมาแนะนำรุ่นน้องต่อไป

“ปฐมนิเทศ ม.1 รุ่นพี่ที่เป็นหมอก็ไปเข้าค่ายกับน้องๆ คืนหนึ่ง ไปดูแลน้องที่ค่ายวชิราวุธ เวลาน้องเจ็บป่วย เพื่อให้น้องได้มีโอกาสได้รับการรักษาจากพี่ พอรุ่นน้องเห็นพี่เป็นหมอมารักษาพยาบาลเบื้องต้น รุ่นพี่ ม.5 ก็จะประคองน้องที่บาดเจ็บเดินจากสนามฟุตบอลค่ายวชิราวุธมาที่ห้องพยาบาล จะมีหมอพยาบาลดูแล แต่หมอเป็นศิษย์เก่า ก็เป็นไอดอลให้กับรุ่นน้องด้วย นี่คือแบบอย่าง”

ผอ.เชิดศักดิ์อธิบายว่า กิจกรรมต่างๆ ที่นักเรียนได้ทำ แฝงการเรียนและการทำงานไปด้วย ความทุ่มเท เสียสละ เด็กๆ จะได้ซึมซับจากรุ่นพี่ ที่นี่ปลูกฝังตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย กิจกรรมต่างๆ เช่น การแปรอักษร กว่าจะผ่านขั้นเตรียมเพจ นักเรียนทุกคนต้องซ้อมร้องเพลง รุ่นพี่ต้องต้อนน้องมานั่งซ้อมเชียร์ ร้องเพลงต่างๆ การจัดระบบขั้นตอนทั้งหมดกว่าจะกลายเป็นการแปรอักษรขึ้นมาบนอัฒจันทร์ได้ รุ่นน้องและรุ่นพี่ต้องร่วมมือกันทำเอง น้องๆ จะถูกสอนให้ทำในรุ่นต่อๆ ไป ทุกสิ่งกลายเป็นอัตลักษณ์ ตามคติที่ยึดถือสืบต่อกันมา “เป็นผู้นำ รักเพื่อน นับถือพี่ เคารพครู กตัญญูพ่อแม่ ดูแลน้อง”

คุณธรรมนำคน

สิ่งหนึ่งที่ ผอ.เชิดศักดิ์เน้นมากคือเรื่องคุณธรรม ไม่ว่าท่านจะไปอยู่ที่โรงเรียนใดท่านจะมีนโยบายเติมคุณธรรมให้นักเรียนและครูเสมอ ดังนั้นการเข้าค่ายของนักเรียนในเรื่องคุณธรรม 3 วัน 2 คืน หรือประมาณ 50 ชั่วโมงในการปฏิบัติธรรม จึงเป็นกุศโลบายที่โรงเรียนอยากให้เด็กๆ ได้ใช้ธรรมะในการครองตน

                “ตั้งแต่ผมเป็นผู้บริหารมา ผมก็ได้นำพระบรมราโชวาทของในหลวงมาใช้อบรมครู ผู้บริหาร แล้วก็จัดให้มีการเข้าค่ายธรรมมะตั้งแต่ปี 2534 จนถึงปัจจุบัน 24 ปีเต็ม ผมส่งเสริมเรื่องนี้มาตลอด เพราะผมมีความเชื่อว่าทุกคนเป็นคนดี แต่ต้องได้รับการขัดเกลา การเตือนสติอย่างต่อเนื่อง ทุกวันอังคารเรามีการตักบาตรที่โรงเรียน ผมก็ไปตักบาตรถ้าไม่ติดราชการ ตักบาตรแล้วพระก็จะปาฐกถาให้เด็กฟัง ผู้ปกครองก็ร่วมด้วย ก็ทำอย่างต่อเนื่อง วันสำคัญทางพุทธศาสนา วันแสดงตนพุทธมามกะก็จะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง”

                ตัวคุณธรรมนี้เองที่สร้างจิตสำนึกให้นักเรียน ส่งผลให้โรงเรียนน่าอยู่โดยไม่ต้องใช้กฎระเบียบมาบังคับมากนัก เช่น การดูแลห้องน้ำให้สะอาด ผอ.อธิบายว่าการปลูกฝังคุณธรรมจะทำให้เด็กมีจิตสาธารณะ การดูแลห้องน้ำหรือโรงอาหารให้สะอาดแท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนทำความสะอาดเสมอไป สิ่งสำคัญคือทุกคนมีคุณธรรมในการใช้ของสาธารณะร่วมกัน เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทำให้โรงเรียนสะอาด เด็กๆ ก็มีระเบียบสำนึกอยู่ในใจ

                “มีเด็กคนหนึ่งขณะที่ผมกำลังเป่านกหวีดให้นักเรียนข้ามถนนหน้าโรงเรียน เขาได้ขนมแล้วเขาไม่เข้าโรงเรียน ผมถามเขาก็บอกว่า เข้าไปทานไม่ได้ครับโรงเรียนเราไม่ให้เอาอาหารเข้าไปทานในโรงเรียนครับ แต่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนมีถังขยะ ผมจะไปทานทางโน้นแล้วจะข้าม ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรลูก ผอ.เข้าใจ การข้ามไปมามันอันตราย วันนี้ ผอ.อนุญาตให้หนูเอาขนมใส่กระเป๋า แต่หนูต้องไปนั่งทานที่โต๊ะ แต่หลังจากทานเสร็จหนูต้องเอาไปทิ้งถังขยะได้ไหมลูก แสดงว่าเขามีวินัย ผมเลยบอกคุณครูเลยว่า คุณครูดูนะเด็กคนนี้น่ารักมากเลย เขารู้ว่าโรงเรียนห้ามเอาขนมมาทาน เขาจึงต้องทานให้หมดฝั่งโน้นเพื่อจะได้ทิ้งถังขยะ เพราะฝั่งนี้ไม่มีถังขยะ แสดงว่าสิ่งที่เราอบรมบ่มเพาะจากครู จากผู้ปกครองที่บ้านมาก็ดี เป็นสิ่งที่ดี”

เสียงจากผู้ร่วมงาน

                ประสบการณ์แต่ละโรงเรียนที่ ผอ.เชิดศักดิ์ ได้มีโอกาสได้ฝากผลงาน ล้วนฝากความประทับใจเอาไว้แก่ผู้ร่วมงานมากมายที่ได้รู้จักท่าน สิ่งนี้ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนมันยังประจักษ์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

                นางไพรัช พลเสน ครูโรงเรียนสรวงสุทธาวิทยา เล่าว่าสมัยที่ได้ร่วมงานกับ “พี่เชิด” ท่านเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ และทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการ ท่านเป็นครูที่มีความมุ่งมั่น มีวิสัยทัศน์ ทุ่มเท และเสียสละในการทำงาน จนเป็นที่ยอมรับของเพื่อนครูและผู้บริหาร

                “ดิฉันได้เรียนรู้ ได้รับประสบการณ์การทำงานจากท่านมากมาย ท่านให้การแนะนำ รวมทั้งแนวทางในการปฏิบัติงานจนประสบความสำเร็จ สิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของดิฉันตลอดมา จากความตั้งใจในการทำงานของท่านด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ ใช้ความรู้ความสามารถทุ่มเทให้กับงาน จนบังเกิดผลดีต่อการศึกษา สังคมและประเทศชาติ”

                ขณะที่คณะครูจากโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 6 ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อสมัยได้ร่วมงานกับ ผอ.เชิดศักดิ์ ท่านมีนโยบายให้ครูเสียสละเวลา อุทิศตนให้กับการทำงานเพื่อนักเรียน งานบางอย่างอาจไม่เสร็จในเวลาราชการก็สามารถใช้วันหยุดพักผ่อนทำงานนั้นให้เสร็จสิ้นได้ ท่านยังเน้นให้ครูมีความรักความสามัคคีกัน ทำงานร่วมกันเป็นทีม การให้ความเคารพต่อผู้ที่มีอาวุโส ผู้ที่มีอายุน้อยกว่าต้องไหว้ผู้มีอายุมากกว่า ส่วนผู้ที่มีอาวุโสมากกว่าก็ให้ความเมตตา แนะนำสั่งสอนสิ่งที่ถูกต้องและช่วยเหลือน้องๆ ทั้งนี้ท่านยังมีวิสัยทัศน์ มองคนเป็น เลือกคนทำงานได้เหมาะสมกับงานที่ทำ จึงทำให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานอย่างเต็มที่และมีความสุข

                ส่วนคณะครูจากโรงเรียนสงวนหญิงต่างสะท้อนว่า ภาพของ ผอ.เชิดศักดิ์ ที่ชาวสงวนหญิงจำได้ดี คือภาพที่ท่านยืนอยู่หน้าโรงเรียนทุกเช้า เพื่อดูแลความปลอดภัยในการข้ามถนน ดูแลการเดินเป็นแถวของนักเรียน บ่อยครั้งที่เห็น ผอ.พูดคุยกับนักเรียนอย่างเป็นกันเอง นั่นคือวิธีการเก็บข้อมูลที่ท่านจะนำมาพัฒนาโรงเรียนต่อไป

                ด้านนายชาย จันทร์งาม รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน โรงเรียนนนทรีวิทยากล่าวว่า เมื่อนึกถึง ผอ.เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ ต้องนึกถึงบุคลิกภาพที่ดีในหลายรูปแบบ เช่น มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ทำงานเก่ง มีการวางแผนและมีระบบการทำงานที่ยอดเยี่ยม

                “ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมงานกับท่าน เป็นความโชคดีของผมที่ได้เห็นและได้เรียนรู้การทำงานของท่าน ในรูปแบบต่างๆ เช่น การบริหารงาน บริหารคน บริหารองค์กร การปฏิบัติงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ มีการวางแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบทุกขั้นตอนในการดำเนินโครงการ และกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้โรงเรียนนนทรีวิทยามีความก้าวหน้าพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว”

                หลายเสียงจากครูโรงเรียนต่างๆ ที่ย้ำเตือนถึงผลงานที่ท่านทำเอาไว้ หัวใจหลักในการดำเนินงานบริหารต่างๆ ผอ.เชิดศักดิ์ ยึดหลักคำสอนจากพระบรมราโชวาทของในหลวง เป็นแนวทางในการบริหารงาน บริหารคน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการครูใหม่ๆ จนถึงปัจจุบัน “คำสอนของในหลวงเป็นความจริงทุกประการ เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จสำหรับทุกคน” ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยกล่าวทิ้งท้าย

 

ไม้ต้นหนึ่งฉันยลเห็นโดดเด่นนัก   แม้ว่าจักอยู่ที่ใดไม่เหี่ยวเฉา

กลับงอกงามเติบโตให้ร่มเงา   ดุจคอยเฝ้าคุ้มภัยให้ทุกคน

มาวันนี้วันต้นไม้ขยายกิ่ง   ปรับบางสิ่งเปลี่ยนบางอย่างสร้างลำต้น

จากกระถางสู่แผ่นดินถิ่นควรยล   แต่กมลมิเปลี่ยนแปรแม้เปลี่ยนไป

ผอ.ดร. ก็เหมือนต้นไม้ในกลอนนี้   ถึงวันที่ขยายกิ่งยิ่งสดใส

ขอให้ ผอ.ดร.พบสุขอำนวยขออวยชัย   เพื่อก้าวใหม่เปี่ยมค่าสุขถาวร

นักการภารโรง โรงเรียนนนทรีวิทยา