Featured

Alliance

 

 

 

 

 


สมบัติ ศานติจารี

          ท่านผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพิจารณาและประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งจริงๆ แล้ว ท่านและครอบครัว ก็ดำรงชีวิตที่สุดแสนจะเรียบง่ายและเกือบจะเรียกได้ว่า “ติดดิน” เลยทีเดียว

          “ในครอบครัวของผมเอง ผมเป็นคนค่อนข้างเรียบง่าย สมถะ ซึ่งก็ตรงกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การใช้จ่ายก็ใช้จ่ายตามความจำเป็น ตามฐานะ ใช้แบบรู้คุณค่าของเงินรู้คุณค่าของทรัพยากร ผมทำงานคนเดียวเป็นหัวหน้าครอบครัวเป็นผู้นำครอบครัว ลำพังเงินเดือน มีโอทีบ้าง มีเงินพิเศษบ้าง และมีการพูดคุยกับครอบครัว ภรรยาและลูกอยู่เสมอ ทุกคนเข้าใจและรู้ว่าจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไรเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข เพราะถ้ามีความต้องการสูง ความอยากสูง ผมก็ต้องทำงานหนักขึ้น หรือหารายได้จากอาชีพเสริม ซึ่งก็จะไม่เหลือเวลาให้ ครอบครัว”

          สำหรับหน่วยงานอย่าง กฟผ. ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรขนาดใหญ่เรามี พนักงานอยู่เป็นจำนวนมากและอยู่กระจายทั่วประเทศ และเป็นหน่วยงานเกี่ยวกับการพัฒนา การพัฒนาถ้าไม่ใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักคิด ตอบได้เลยว่ามีโอกาสเสี่ยงสูง เพราะจะทำให้ขาดการระมัดระวังในการลงทุน ถ้าลงทุนมากเกินไป การลงทุนก็เป็นศาสตร์อยู่แล้ว แล้วก็สอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ ลงทุนให้เหมาะสม มี return (ผลตอบแทน) คุ้มค่า timing (ระยะเวลา) ที่ดี ไม่ประมาท มีการเผื่อไว้บ้าง ขณะเดียวกันการบริหารงานกับพนักงานจำนวนมาก ก็ต้องมีการจัดสวัสดิการเพื่อการดูแลที่ดี เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ให้มีปัญหาสถานะครอบครัว ภาระหนี้สิน เราก็จะได้ผลของการทำงานที่ดี ตามไปด้วย เราจะทำการประชาสัมพันธ์และผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่แนวทางคำสอน แต่ละปีจะมีคำขวัญ ให้รู้จักใช้จ่ายให้เหมาะสม อย่างปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี เราเองก็ปฏิบัติเป็นตัวอย่างใช้ชีวิตง่ายๆ อย่างมื้อกลางวัน ผมทานอาหารที่โรงอาหาร ทานอาหารอย่างที่น้องๆ พนักงานเขาทานกัน น้องๆ เขาเห็น เขาก็ยังพูดถึงว่าผู้บริหารเป็นคนมัธยัส เป็นกันเอง ทำให้รู้สึกอบอุ่น ภูมิใจ พนักงานระดับล่างเราก็มีจำนวนมาก เราจึงหาทางเพื่อการประชาสัมพันธ์ สื่อสารให้ถึง ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาหนี้สิน ทำให้การทำงานเสียหายได้ การใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้กับทุกอาชีพ ทุกครอบครัว รวมถึงการบริหารหน่วยงาน การวางแผนงาน การบริหาร กฟผ. ต้องมีการวางแผนที่ดี ตามสภาวะเศรษฐกิจ บริหารตามปัจจัยที่มีอยู่ บางปีมีโอกาสที่ดี มีรายได้เข้าจำนวนมากเราก็รีบขยาย ปรับปรุง ซ่อมแซม บางปีเรามีภาระหนี้สินจำนวนมากก็คิดพิจารณาปรับลดการขยายหรือซ่อมบำรุง

          การบริหารองค์กรขนาดใหญ่และที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยตรงกับประชาชนมีความอ่อนไหวมาก คือ เราจำหน่ายไฟฟ้าให้ประชาชนใช้ รายได้เรามาจากพี่น้องประชาชน ผู้บริหารของ กฟผ. จึงได้คิดและหาโอกาสในการคืนกำไรสู่สังคมหรือที่เรียกว่าการร่วมดูแลสังคม (CSR) คณะผู้บริหารได้ถือเป็นนโยบายที่สำคัญทีเดียว กิจกรรมต่างๆ ที่เราได้จัดขึ้น เรามุ่งเน้นที่ กฟผ. ต้องอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างดี เช่นเราอยู่ในพื้นที่ไหน เราก็ทำให้พื้นที่นั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ช่วยเหลือเขา ในกิจกรรมทางด้านสังคม การศึกษา ศาสนา สาธาณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทิศทางของโลกมี Demand (ความต้องการ) ในเรื่องนี้มากขึ้น การที่หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ร่วมกัน ดูแลสังคม และมีจิตใจเอื้อเฟื้อสังคมอย่างจริงจัง ทำให้สังคม รู้ว่าเราเป็นองค์กรที่ดี แต่ไม่ใช่การสร้างภาพนะ ต้องทำด้วยใจ ทำอย่างสม่ำเสมอด้วยความรับผิดชอบเพื่อสังคมที่ดีในอนาคต

          ในอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราพยายามประชาสัมพันธ์คือการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับ “ภาวะโลกร้อน” เราพยายามมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายคือ เด็กและเยาวชน พยายามอบรมความรู้กับเยาวชน อย่างโครงการโรงเรียนสีเขียว เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนของเรารู้คุณค่าของพลังงานและคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ