Featured

Alliance

 

 

 

 

 


ท่านพงศ์โพยม วาศภูติ

“เสียงของท่านปลัดพิศาล ที่พูดกับผมวันนั้นมันยังดังก้องอยู่ในหัวผมตลอดเวลา นั่นคืออุดมการณ์ของผม ผมจะไม่ปล่อยให้คนไม่ดีมีอำนาจ”

          คุยนอกกรอบ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านพงศ์โพยม วาศภูติ ก่อนที่ท่านจะเกษียณอายุราชการเพียงไม่กี่วัน การพูดคุยครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการคุย “นอกกรอบ” จริง ๆ เนื่องจากตลอดเส้นทางการรับราชการของท่านนั้นน่าสนใจมาก เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านอาจไม่เคยคิดมาก่อน ลองมาดูกันนะครับว่าชีวิตของท่านจะดุเดือดเช่นไร
ท่านปลัดได้เริ่มต้นจากการเล่าให้ฟังถึงชีวิตในวัยเรียนของท่าน ซึ่งท่านมีความใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กว่าอยากจะรับราชการ เนื่องมาจากการ “ตามรอยพ่อ” ของท่านซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เลยมีความฝันมาตั้งแต่เด็ก ท่านจึงตั้งหน้าตั้งตาเรียนจนสอบได้คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ด้วยความที่ชีวิตของท่านนั้นเป็นคนเรียบง่าย ประหยัด ขยันเรียน และไม่ลุ่มหลงในแสงสีของอบายมุข ทำให้ท่านได้เรียนจบรัฐศาสตร์ในสี่ปีและเริ่มต้นตามความฝันในที่สุด
ท่านปลัดได้เล่าให้ บก. ฟังคร่าวๆ เกี่ยวกับในระยะแรกของชีวิตการรับราชการของท่านเริ่มต้นจากข้าราชการชั้นผู้น้อย กระทรวงมหาดไทย และเติบโต จนถึงระดับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น และได้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยในที่สุด

          “ในสมัยก่อนที่ผมยังเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยอยู่ ผมได้ติดตามท่านปลัดพิศาล มูลศาสตร์สาธร ในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านได้พูดกับผมว่า อย่าส่งเสริมให้คนไม่ดีปกครองบ้านเมือง ในหลวงท่านทรงสอนไว้ เก่งไม่เก่งไม่ว่าแต่ต้องเป็นคนดี คนไม่เก่งสอนเอาหน่อยก็เก่ง แต่คนไม่ดีสอนอย่างไรก็ไม่ดี อย่าลืมนะ เราเป็นนักปกครองที่ดี เราต้องส่งเสริมคนดี และต้องกีดกันคนไม่ดีอย่าให้มีอำนาจ

          “เสียงของท่านปลัดพิศาล ที่พูดกับผมวันนั้นมันยังดังก้องอยู่ในหัวผมตลอดเวลา นั่นเป็นอุดมการณ์ของผม ผมทำงานผมจะไม่ปล่อยให้คนไม่ดีมีอำนาจ การทำงานของผมเปรียบเสมือนกับการทำศึก สงครามแห่งอุดมการณ์ ในการทำงานนั้นไม่มีอะไรราบเรียบ ต้องพบเจออุปสรรคมากมาย กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็เหนื่อย แต่สุดท้ายผมก็ยังภูมิใจที่รักษาอุดมการณ์ไว้ได้ ถึงวันนี้วันที่ผมเกษียณอายุราชการ ผมถือว่าสงครามแห่งอุดมการณ์ครั้งนี้ผมชนะ...” ท่านปลัด กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

          มาถึงในส่วนของการทำงานกันบ้างท่านปลัดได้เล่าให้ บก. ฟังว่าการทำงานของท่าน ไม่ว่าท่านจะอยู่ในตำแหน่งใด ท่านชื่นชอบในงานพัฒนาชุมชนอย่างมาก หากเปรียบท่านดั่ง “แม่ทัพ” ประชาชนนั้นก็คือ “ทหารหาญ” สิ่งที่ทำให้ทหารหาญนั้นกล้าแกร่งก็คือ “อาวุธ” แต่อาวุธที่ท่านมอบให้นั่นก็คือ “ความคิด” ท่านได้มอบอาวุธทางปัญญาให้กับประชาชนในทุกท้องที่ที่ท่านไปหรือท่านดูแล เพื่อให้ประชาชนกล้าแกร่งในการใช้ชีวิต ให้เรียนรู้ในการที่จะอยู่ได้ด้วยตนเอง ให้อยู่ได้อย่างมั่นคง ตรงจุดนี้นั่นเองที่ท่านได้สอดแทรกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่วิถีแห่งการดำเนินชีวิตของประชาชน

          “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาอันล้ำค่าที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยทุกคน หากประชาชนคนไทยได้เปิดใจที่จะเรียนรู้และเข้าใจจนเกิดจิตสำนึกได้ ก็จะเป็นวิถีนำพาให้ชีวิตของตนเอง ครอบครัวและชุมชนประสบกับความสุขที่ยั่งยืนและหากเป็นธุรกิจ ธุรกิจนั้นๆ ก็จะมั่นคงและเจริญก้าวหน้า ถึงแม้จะประสบปัญหาในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยก็จะรอดพ้นไปได้เพราะมีภูมิต้านทานที่ดีที่รอบคอบไว้ก่อนหน้าแล้ว ผมได้น้อมนำ ไปปรับประยุกต์ใช้กับการทำงานและสอนให้แก่ชาวบ้านเพื่อให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น ผมเองก็ดีใจที่เห็นชาวบ้านมีชีวิตที่ดีขึ้นหมดหนี้หมดสิน เกษตรกรก็ได้เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ การไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวในที่ดินที่ตัวเองมีอยู่ เรียนรู้การใช้ปุ๋ยชีวภาพ ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายดิน เกิดความสมดุลทางธรรมชาติที่ยั่งยืน ประชาชนคนไทยทุกคนจะมีรอยยิ้มอย่างภูมิใจเหมือนผม ที่เราได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ” ท่าน พงศ์โพยม กล่าว...