Featured

Alliance

 

 

 

 

 


ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย

          ทางทีมงานบรรณาธิการวารสารครอบครัวพอเพียงได้รับเกียรติสัมภาษณ์ท่าน ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ท่านกล่าวถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หมายถึงหลักคิด และปฏิบัติตั้งแต่ระดับบุคคล-องค์กรขนาดใหญ่ มีความเป็นหลักสากลโลก ซึ่งได้ทรงศึกษาและคิดค้นมานานหลายปี

          ในเบื้องต้นนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยออกแบบให้ใช้กับชาวนาที่ยากจนที่สุด แต่หากเข้าใจถึงหลักการของเศรษฐกิจแบบพอเพียงแล้ว แม้แต่ในทางธุรกิจก็ใช้ได้เพื่อป้องกันการขาดทุนได้ด้วย ทั้งนี้ เบื้องต้นก่อนจะนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ต้องมีการปรับพื้นฐานจิตใจให้มีคุณธรรมเสียก่อน

หลักธรรมสากลนั้นมีอยู่ในทุกคำสอนของศาสนา ซึ่งคนทั่วโลกสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ขัดกัน ได้แก่

          1. การยึดถือความจริงเป็นสัตย์ อันได้แก่ ความสัตย์ทางธรรม เชื่อด้วยศรัทธาว่ามีอยู่จริง และความจริงทางโลกที่ใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ มีการถกเถียง
          2. การให้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ ข้อนี้หากแพทย์ยึดเป็นหลักการทำงาน ก็จะทำให้ผู้ป่วยทุกคนได้รับบริการที่เท่าเทียมกัน และ
          3.การให้ความรัก ความเมตตาแก่กัน

หากจะสรุปปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว มีองค์ประกอบ คือ 

          1. พอประมาณ
          2. มีเหตุผล
          3. มีระบบภูมิคุ้มกันตัว หรือมีพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงอันจะเกิดจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกนั่นเอง โดยมีเงื่อนไข ประกอบด้วย
          1. เงื่อนไขหลักวิชาการที่จะต้องใช้ความรอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวังในการนำวิชาต่างๆ มาใช้วางแผน ดำเนินขั้นตอน
          2. เงื่อนไขการดำเนินชีวิต มีความรอบรู้ ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา รอบคอบ หากมีองค์ประกอบดังที่กล่าวแล้วก็จะนำไปสู่ผลลัพธ์ของความสมดุล มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเกิดขึ้นอยู่บนโลกตลอดเวลา

          ศ.นพ.เกษม กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ตลอดเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงงานเพื่อปวงชนชาวไทยยาวนาน 60 ปี มีพระราชดำรัสเนื่องในวาระต่างๆ เป็นข้อเตือนใจ ดังเช่น พ.ศ.2521 ทรงรับสั่งเรื่องการประหยัดที่จะอยู่รับยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งเป็นทางสายกลางระหว่างความตระหนี่ และฟุ่มเฟือย โดยให้คำนึงถึงผลที่จะได้รับจากการอดออม และในขณะที่ ศ.นพ.เกษม ยังอยู่ในวัยเด็ก ก็ได้รับการอบรมเรื่องการประหยัดจากมารดาเช่นเดียวกัน โดยยึดหลักว่าหากประหยัดได้ 1 บาท เปรียบเสมือนสามารถหาเงินได้ 1 บาท และสมควรที่จะนำเรื่องการอดออมปลูกฝังให้กับเยาวชนรุ่นใหม่สืบไป